8 วิธี เปลี่ยน "เล็บเสีย" มาเป็น "เล็บสวย"

2017-11-07 10:56:52

นอกจากสุขภาพภายนอกที่ควรจะต้องดูดีแล้ว สุขภาพภายในก็เช่นกันที่จะต้องดูแลรักษา หากคนไหนที่มีสุขภาพเล็บดีอยู่แล้วละก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะว่าการดูแลนั้นก็จะง่ายขึ้นไม่ค่อยยุ่งยากสักเท่าไร แต่ถ้าใครที่มีปัญหาสุขภาพเล็บไม่ดีแล้วละก็จะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุขภาพของเล็บก็คือ เล็บเหลือง เล็บหัก ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป โดยเฉพาะการทาเล็บเป็นประจำ ซึ่งก็มาจากน้ำยาทาเล็บที่ไม่ค่อยมีคุณภาพเท่าที่ควร ดังนั้น หากเลือกซื้อสีทาเล็บก็ควรเลือกที่มีคุณภาพจะดีกว่า วันนี้ Amado Thailand ก็อยากจะนำเคล็ดลับ เปลี่ยนเล็บเสียมาเป็นเล็บสวย ให้ทุกคนได้นำไปฏิบัติกัน 

 

1.ตัดและตะไบเล็บให้เรียบร้อย ตัดเล็บส่วนที่เหลืองออกไปให้มากที่สุด แล้วตะไบเก็บขอบให้เรียบร้อย ส่วนเล็บที่เหลืองส่วนบนก็รอเวลาให้ยาวแล้วก็ค่อยๆ เล็มปลายไปเรื่อยๆ จนหมด ควรใช้กรรไกรตัดเล็บที่มีความคมและตะไบเล็บที่มีความละเอียดนะคะ เพื่อหน้าเล็บเราจะได้เสียหายน้อยที่สุด

 

2.พักการทาเล็บ รู้สาเหตุแล้วก็ต้องแก้กันที่ต้นเหตุนี่แหละ บางคนเห็นว่าเล็บเหลือง ก็ประโคมทาเล็บไม่เคยได้พัก เพื่อปกปิดความเหลือง แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ทำนั้นจะยิ่งทำให้เล็บของคุณพังหนักกว่าเดิมปล่อยให้เล็บได้หายใจบ้างโน๊ะ สวยแล้วก็ค่อยกลับมาทากันใหม่จะดีกว่นะ แต่ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีและเหมาะสมด้วยนะ

 

3.ขัดด้วยมะนาว หลังจากที่พึ่งพาสารเคมีมาเยอะแล้ว มาแก้กันด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันบ้างดีกว่า แนะนำให้ใช้มะนาวผ่าครึ่ง นำมาขัดๆ นวดๆ ที่เล็บเหลืองๆ หลังจากนั้นล้างออกแล้วนำมือไปแช่น้ำอุ่นสักหน่อย แค่นี้เล็บก็จะกลับมาสีสวย เป็นธรรมชาติแล้วจ้า

 

4.ขัดด้วยยาสีฟัน ใครจะไปรู้ว่ายาสีฟันที่เราใช้แปรงฟันกันอยู่ทุกวัน นั้นช่วยรักษาเล็บได้ หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงใช้ยาสีฟันมาขัด จริงๆ ก็ใช้หลักการเดียวกับฟันขาวนั่นแหละค่ะ ฟันขาวได้ เล็บเราก็ขาวได้เช่นกัน เตรียมแปรงและยาสีฟันมาให้พร้อมและค่อยๆ ขัดไปเบาๆ ทำอย่างนี้ประมาณ 7 วัน เล็บของคุณจะขาวเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ 

 

5.เลือกใช้ยาทาเล็บที่มีคุณภาพ หลังจากที่รักษากันมาอย่างหนักหน่วง แน่นอนว่าต้องใช้เวลาสักหน่อย กว่าเล็บที่เหลืองจะเข้าที่เข้าทาง เมื่อต้องกลับไปทาเล็บอีก ก็ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปกป้องเล็บสักหน่อย ทารองพื้นที่เล็บด้วยจะยิ่งดีมาก

 

6.ทาโลชั่นแฮนด์ครีม ทาโลชันหรือแฮนด์ครีม เป็นประจำ การทาโลชั่นหรือแฮนด์ครีมหลังล้างมือเสมอ จะทำให้เล็บได้รับความชุ่มชื้น ไม่แห้ง แตกและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะสบู่หรือโฟมล้างมือจะชะล้างน้ำหล่อเลี้ยงผิวให้หลุดออกไป ดังนั้นหลังล้างมืออย่าลืมทาครีมบำรุงเล็บทุกครั้งนะคะ

 

7.อาหารบำรุง ควรกินอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่ให้วิตามิน B2 มักมีส่วนช่วยให้เล็บแข็งแรงสุขภาพดี ไม่เปราะหักง่าย โดยทานได้จากตับสัตว์ นม ไข่ ปลา เนย ถั่ว ผักใบเขียว ส่วนอาหารธัญพืชอย่างเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวันจะช่วยป้องกันปัญหาจุดด่างขาวของเล็บได้ ในขณะที่อาหารทะเลที่มีสังกะสีจะช่วยป้องกันไม่ให้เล็บติดเชื้อ นอกจากนี้ ใครที่มีปัญหาเล็บบาง แบนและงอน ควรกินอาหารที่ให้ธาตุเหล็กโดยทานได้จากเนื้อสัตว์ปีก เนื้อปลาและผักใบเขียวต่างๆ ส่วนเล็บที่มีปัญหาเป็นคลื่นริ้วก็ควรทานหอยและอาหารธัญพืชต่างๆ 

 

8.คอลลาเจน เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างต่างๆ ของร่างกาย และยังทำหน้าที่ช่วยปกป้องโครงสร้างของผิว จากการถูกทำร้ายโดยแสงแดด มลพิษจากสิ่งแวดล้อมและสารพิษอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดโรคทางผิวหนังนั่นเอง เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนก็จะเริ่มลดน้อยลงตามไปด้วย เมื่อผิวได้รับความเสียหายในช่วงเวลานั้น จะทำให้เกิดความเสียหายต่อชั้นผิวได้ง่าย เซลล์ที่เสียหายและเสื่อมสภาพ จะทำให้เกิดริ้วรอยที่ผิวหนังและความเสียหายในเส้นใยเอ็น ความยืดหยุ่นของข้อต่อลดน้อยลง 

 

ถ้าสาวๆ คนไหนที่รักการทำเล็บเป็นชีวิตจิตใจล่ะก็ แต่ไม่ใส่ใจการดูเล็บจนเล็บพัง สาวๆทั้งหลายสามารถนำวิธีการดูแลเล็บที่ทาง Amado Thailand แนะนำนั้นไปปฏิบัติตามได้เลยนะคะ รับรองปัญหา เล็บเสีย เล็บเหลือง เล็บฉีก เล็บพัง จะหมดไป แถมเล็บคุณจะกลับมา ปังๆ อีกครั้งแน่นอน 

 

 

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้คนไทยมั่นใจมากขึ้น พร้อมด้วยความปลอดภัยและเห็นผลทันใจ