เช็คด่วน! “คุณอ้วนลงพุง หรือ อ้วนธรรมดา”

2017-11-09 12:49:20

คำว่าอ้วนพูดเบาๆ ก็เจ็บไม่แพ้คำว่าแก่เลยนะคะ แต่จะว่าไปอ้วนก็ไม่ได้มีแค่ลักษณะเดียวนะ บางคนดูอ้วนทั้งตัว แต่บางคนก็อ้วนเฉพาะส่วน โดยเฉพาะพุงแล้ว อ้วนลงพุง แตกต่างจาก อ้วนธรรมดา อย่างไร Amado Thailand มีคำตอบให้ค่ะ

 

อ้วนลงพุง คืออะไร?

อ้วนลงพุง จริงๆ เป็นโรคชนิดหนึ่งหมายถึง โรคอ้วนที่มีไขมันในช่องท้องมากเกินไป ส่วนภายในร่างกายที่เราอาจมองไม่เห็น อาจมีปัญหาอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงความดันโลหิตสูง ซึ่งอาการอ้วนลงพุงจะเป็นสาเหตุสำคัญของอีกหลายๆ โรคอันตรายที่จะตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด แล้วอ้วนลงพุงต่างจากอ้วนธรรมดายังไงล่ะ?

 

1.วัดรอบเอว ตรงตามชื่อโรค หากใครมีรอบพุงยาวกว่านี้ แสดงว่ามีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง

  • ผู้ชาย รอบพุงมากกว่า 90 เซนติเมตร

  • ผู้หญิง รอบพุงมากกว่า 80 เซนติเมตร

 

2.ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือ 1.7 มิลลิโมลต่อลิตร โดยจะทราบได้ก็ต่อเมื่อเข้ารับการตรวจเลือดที่โรงพยาบาลเท่านั้น

 

3.ระดับไขมันเลว (HDL) ระดับไขมันเลวในเลือด หากผู้ชายมากกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือผู้หญิงมากกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แปลว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนลงพุง

 

4.ความดันโลหิต หากมีระดับความดันโลหิตสูงกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท แปลว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนลงพุง

 

5.ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารตอนเช้า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรหรือมากกว่า เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อยู่แล้ว

 

หากอยู่ในภาวะอ้วนลงพุงควรทำอย่างไร?

ง่ายๆ เลยก็คือการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดแป้ง ลดน้ำตาล ลดอาหารที่มีไขมันเลวหรือคอเลสเตอรอลสูง เน้นผัก โปรตีนไขมันน้อย ออกกำลังกายให้ได้มากกว่า 30 นาที 3-4 วันต่อสัปดาห์ ทั้งคาร์ดิโอและเล่นเวท ที่สำคัญอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ รับรองว่าร่างกายจะดีขึ้นจากภายในสู่ภายนอกแน่นอนค่ะ นอกจากนี้โรคที่มาพร้อมกับการอ้วนลงพุงก็คือ

 

  • ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ ผู้ที่อ้วนลงพุงอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของปอด ทำให้ปอดทำงานลดลง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่มีสุขภาพดี ไม่สูบบุหรี่และไม่มีไขมันหน้าท้อง ผลการวิจัยนี้พบว่าผู้ที่มีไขมันส่วนเกินทำให้อัตราการหายใจลดลง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นเป็นเวลานาน อาจทำให้ทางเดินหายใจหดแคบลงและก่อให้เกิดโรคปอดเรื้อรังอย่างหอบหืดตามมาได้

 

  • การทำงานของหลอดเลือดผิดปกติ พบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่อ้วนลงพุงกับภาวะการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตันและภาวะหลอดเลือดแข็งตัว โดยนักวิจัยได้เปรียบเทียบระหว่างคนอ้วน คนอ้วนที่มีพุงและคนที่มีสุขภาพดี พบว่าหากอัตราส่วนของเอวต่อความสูงเพิ่มขึ้นทุก 0.1 ก็เสี่ยงที่จะเกิดภาวะดังกล่าวมากขึ้น  ฉะนั้น! ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะหลอดเลือดตีบตันและภาวะหลอดเลือดแข็งตัว อันอาจก่อให้เกิดโรคหัวใจตามมาได้

 

  • เสี่ยงต่อเบาหวาน ไขมันนี้มีการผลิตฮอร์โมนซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายและนอกจากนี้ฮอร์โมนดังกล่าวยังทำให้ตัวรับสัญญาณอินซูลินทำงานผิดปกติ ซึ่งหมายความว่าอินซูลินซึ่งเป็นตัวควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายจะทำงานด้อยลง ทำให้เกิดโรคเบาหวานตามมานั่นเอง

 

  • ระดับคอเลสเตอรอลสูง ไขมันที่อยู่บริเวณขาหรือก้นเป็นไขมันที่มีการเผาผลาญที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าไขมันบริเวณหน้าท้องของคนอ้วนลงพุง ซึ่งการเผาผลาญไขมันที่อยู่บริเวณขาและก้นดีกว่าเนื่องจากได้ระดับน้ำตาล ไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลและอินซูลินต่ำกว่าไขมันที่เผาผลาญจากบริเวณช่องท้อง     

 

  • ยิ่งอ้วนยิ่งเสี่ยงโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ พบว่ารอบเอวคุณหนามากเท่าไร รวมทั้งยิ่งอ้วนลงพุงมากเท่าไรก็ยิ่งเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นเท่านั้น โดยจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่อ้วนลงพุงอาจส่งผลทำให้เซลล์สมองน้อยกว่าคนปกติ ซึ่งก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ตามมาได้ โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าไขมันจะไปอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงเซลล์สมองไม่สะดวก สมองจึงขาดออกซิเจน และทำให้เซลล์ตายนั่นเอง

 

หากไม่อยากอ้วนลงพุง แนะนำให้ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายหรือหาตัวช่วยดีๆ ที่พร้อมจะมาดูแลให้คุณไม่ต้องเสี่ยงโรคอ้วนลงพุงอีกต่อไปจะดีกว่านะ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพักผ่อน ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะยิ่งนอนดึกมาเท่าไร ความอ้วนก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้น! หันมาดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคตข้างหน้ากันเถอะ 

 

 

 

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้คนไทยมั่นใจมากขึ้น พร้อมด้วยความปลอดภัยและเห็นผลทันใจ